อนันดาฯ โชว์ยอดขายไตรมาสแรก สูงกว่าเป้ากว่า356% ปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปี 11% เป็น 25,600 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จเปิดโครงการในไตรมาสแรก

อนันดาฯ โชว์ยอดขายไตรมาสแรก สูงกว่าเป้ากว่า356%

ปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปี 11% เป็น 25,600 ล้านบาท 

หลังประสบความสำเร็จเปิดโครงการในไตรมาสแรก

เตรียมขึ้นแท่นเบอร์ 1 ยอดขายคอนโดมิเนียมมากที่สุดในประเทศ

 

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพการดำเนินงาน ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง เติบโตอย่างมั่นคง เผยไตรมาสแรกของปี 255บริษัทฯ ประสบความสำเร็จจากการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียม โครงการ เตรียมขึ้นแท่นเบอร์ ยอดขายคอนโดมิเนียมมากที่สุดในประเทศ ด้วยยอดขายสูงกว่าเป้าหมายถึง 356ทำให้บริษัทเตรียมปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปีอีก 11เป็น 25,600 ล้านบาท หลังแนวโน้มอสังหาฯ สดใสได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีขึ้น

 

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีภาพรวมการดำเนินธุรกิจที่น่าพอใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากตัวเลขยอดขาย จากการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมในไตรมาส 1/2558 ได้รับการตอบรับจากลูกค้าซึ่งให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก  แสดงให้เห็นว่าความต้องการที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมยังคงมีอยู่มาก โดยเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพแนวรถไฟฟ้า สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯได้อย่างลงตัวที่สุดทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 41ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ในไตรมาส1/2558นอกจากนั้นยังสามารถเปิดขายโครงการใหม่อีกกว่า 10 จาก 12 โครงการที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

 

โดยไตรมาส 1/2558 บริษัทฯ ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ แอชตัน เรสซิเดนท์ 41 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 มูลค่าโครงการกว่า 1,822 ล้านบาท ซึ่งสามารถปิดการขาย Sold out 100% และโครงการ แอชตัน จุฬา-สีลม ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 มูลค่าโครงการ 8,674 ล้านบาท ซึ่งสามารถปิดการขายได้ 80% ด้วยยอดขาย 5,609 ล้านบาท จากมูลค่าที่เปิดขายกว่า 6,900 ล้านบาท ประกอบกับยอดขายจากโครงการที่เปิดขายก่อนหน้า ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายในไตรมาสแรกสูงถึง 9,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 336.7จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2558 จำนวน 34,273 ล้านบาท โดยมีกำหนดโอนตลอด ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้น 28.5จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 80.8จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 1/ 2558 บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,201 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 74ล้านบาท โดยเป้ารายได้ทั้งปี ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้า อยู่ระหว่าง 10,000-11,000 ล้านบาท สำหรับในไตรมาส1/2558 นี้บริษัทฯ สร้างอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5% และในไตรมาสนี้ยังไม่ได้มีโครงการใหม่ๆ ก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้บริษัทฯ สร้างกำไรที่ดีกว่าเป้าหมาย จากการที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการควบคุมต้นทุน โดยค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขาย ลดลงจาก 9ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เหลือเพียง 2ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วก็ตาม

 

บริษัทฯ รู้สึกยินดีกับความสำเร็จในการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ ซึ่งมียอดขายที่น่าพอใจเป็นอย่างมากทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ดีโดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ได้รับผลตอบรับที่ดี ซึ่งทำให้ อนันดาฯ เป็นผู้นำคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และก้าวเป็นอันดับ 1 ของยอดขายคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ พร้อมเชื่อว่าบริษัทฯ จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียม พร้อมขึ้นแท่นอันดับ ณ สิ้นปีนี้อีกด้วย ซึ่งผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งจากการที่ทีมงานช่วยทำให้บริษัทมายืนบนจุดนี้ โดยใช้เวลาเพียง 3 ปี ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นายชานนท์ กล่าว

 

ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้ายังคงมีอัตรายอดขายที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และบริษัทฯ มองเห็นความต้องการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะภาครัฐให้การสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าสายต่างๆ ก็ยิ่งทำให้วิถีชีวิตการอยู่อาศัยของคนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งก่อให้เกิดความเจริญ อีกทั้งรูปแบบการพักอาศัยก็มีการปรับเปลี่ยนจากการอยู่อาศัย บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ มาเป็นคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในเป็นผู้นำและการพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างดีที่สุด 

 

นอกจากนี้บริษัทยังคงพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการก่อสร้าง โดยทางมิตซุยได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารและควบคุมคุณภาพโครงการ (TQPM : Total Quality Project Management Systemและ เทคโนโลยี Building Information Modeling ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของบริษัทฯ โดยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านระยะเวลาในการออกแบบ และควบคุมคุณภาพในอนาคต

 

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดในปี 2558 ที่มั่นคงและแข็งแกร่ง พร้อมกับมีเงินสดเกินกว่า 1,900 ล้านบาทณ สิ้นไตรมาส1/2558 และยังคงได้รับการสนับสนุนที่ดีจากธนาคาร รวมถึงมีทางเลือกหลายทางหากจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ทั้งนี้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4.8ระยะเวลา ปี ซึ่งช่วยทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ ลดลงอีกด้วย แม้ว่าบริษัทจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด นำไปสู่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขาย และค่าใช้จ่ายคงที่ ซึ่งลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน บริษัทจะรักษาวินัยทางการเงิน และบรรลุเป้าหมายการเติบโต พร้อมดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนทุน ต่ำกว่า 1:1




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ITE ร่วมกับ SCG ฉลองการทำงานครบ 600,000 ชั่วโมง โดยปราศจากอุบัติเหตุ มั่นใจด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

TPOLY ผนึก SOLAR ตั้งกิจการร่วมค้า “เอส แอล ที ที” ลุยรับงาน “Tesco Thailand Roof Top Solar Project” มูลค่า 419.50 ลบ.

TPCH คาดปีนี้ COD โรงไฟฟ้าชีวมวล 4 แห่ง ประมูลเพิ่มอีก 36 MW สยายปีกลุยกัมพูชา-ลาว แบบเต็มสูบ ต่อยอดแขนขาให้ธุรกิจ