กสอ.สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดประสานสถาบันการเงินภูมิภาคหนุน SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน กระตุ้นภาคการผลิตปี 59

 ​กรุงเทพฯ 25 พฤศจิกายน 2558 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสั่งการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้ง11 แห่งทั่วประเทศ กระตุ้นภาคผลิตด้วยการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นโดยเร่งหารือกับสถาบันการเงินกว่า 20 แห่งเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการSMEsที่เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของ กสอ. ทั้งนี้ ปัจจุบันมี SMEs กว่าร้อยละ 37.42 ไม่เคยได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินซึ่งคาดว่าในปีงบประมาณ 2559 จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและขยายกิจการได้มากขึ้น

ดร.สมชาย  หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการ SMEsได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาภาระหนี้สินและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการSMEsซึ่งแน่นอนว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการธุรกิจไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การบริหารจัดการ การขยายตลาดทั้งนี้พบว่าSMEsส่วนใหญ่ร้อยละ 62.58 เคยได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่ยังมีอีกร้อยละ 37.42 ไม่เคยได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน (ที่มาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.))เนื่องจากหลายๆสาเหตุอาทิ การขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่มีแผนธุรกิจที่ดี และการขาดประวัติการชำระเงิน ตลอดจนอุปสรรคจากการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามปัญหาด้านเงินทุนเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขได้ยากพอสมควร อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาปัญหาระยะสั้นทางด้านการเงินหมุนเวียนให้กับ SMEsทาง กสอ. ได้เร่งให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง เร่งพิจารณาคำขอกู้เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นที่ กสอ. มีอยู่ทั้งหมดกว่า70 ล้านบาท โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้ช่วยเหลือเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นไปแล้ว 51 ราย จำนวนเงินกว่า 10 ล้านบาท และมีคำกู้ซึ่งรอรับการสนับสนุนอยู่อีกจำนวนกว่า 7 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ย. 2558)

ดร.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า กสอ. สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่งให้ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานกับสถาบันการเงินในพื้นที่ เพื่อให้ SMEs เข้าถึงซึ่งในขณะนี้ กสอ. ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศรวมกว่า 20 แห่ง อาทิ ธ.ไทยพาณิชย์           ธ.กรุงเทพ ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน ธ.พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK)ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธ.เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK)           ธ.อาคารสงเคราะห์ ธ.อิสลามแห่งประเทศไทย ฯลฯ เพื่อหารือถึงแนวทางเพิ่มโอกาสการอนุมัติเงินทุนโดยกสอ. จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการSMEsที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ของกสอ.ไปยังสถาบันการเงินโดยตรง ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงิน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการมากขึ้น โดยในขณะนี้ดำเนินการไปแล้วในบางศูนย์ภาคฯ คือ ภาคที่ 1 ภาคที่ 6 และภาคที่ 7 นอกจากนี้ยัง มีแผนดำเนินการต่อไปให้ครบทุกศูนย์ภาคฯ

โดยในปี 2558 ที่ผ่านมากสอ. ได้ส่งต่อ SMEs ให้กับ SMEBANKกว่า 600 กิจการรวมเป็นวงเงิน 2,586.60 ล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 349 กิจการเป็นวงเงินทั้งสิ้น1,249 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มอีกจำนวน 165 กิจการซึ่งในปีงบประมาณ 2559 มี SMEsที่จะเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการกับกสอ.ประมาณ 10,000 กิจการ ซึ่ง กสอ. ได้มีการหารือร่วมกับสถาบันการเงินต่าง ๆเพื่อส่งต่อข้อมูลผู้รับบริการระหว่างกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการขยายกิจการและสร้างโอกาสในการเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจรองรับการแข่งขันระดับสากลต่อไป โดย กสอ.จะมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการเงินในเดือนมกราคมนี้

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจโครงการต่างๆของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2202 4414-18 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th หรือwww.facebook.com/dip.pr

###







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ITE ร่วมกับ SCG ฉลองการทำงานครบ 600,000 ชั่วโมง โดยปราศจากอุบัติเหตุ มั่นใจด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

TPOLY ผนึก SOLAR ตั้งกิจการร่วมค้า “เอส แอล ที ที” ลุยรับงาน “Tesco Thailand Roof Top Solar Project” มูลค่า 419.50 ลบ.

TPCH คาดปีนี้ COD โรงไฟฟ้าชีวมวล 4 แห่ง ประมูลเพิ่มอีก 36 MW สยายปีกลุยกัมพูชา-ลาว แบบเต็มสูบ ต่อยอดแขนขาให้ธุรกิจ