กสอ.จับมือ สสว. สร้างคลัสเตอร์ 17 เครือข่าย คาด 1 ปี สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 530 ล้านบาท

กรุงเทพฯ 20 มกราคม 2558 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม สนองนโยบายรัฐบาล จับมือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รวมกลุ่มคลัสเตอร์ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรม 17 เครือข่าย อาทิเครือข่ายอุตสาหกรรมชา จังหวัดเชียงราย เครือข่ายผ้าทอพื้นเมืองอุดรธานี และเครือข่ายอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยหวังให้ คลัสเตอร์” (Cluster) เป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ ผ่าน “โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัด” ภายใต้แผนส่งเสริมยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระยะเร่งด่วนเพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ  คาดภายใน 1 ปี  เกิดการขยายตัวในระบบเศรษฐกิจ 530 ล้านบาท ลดต้นทุน ได้ 65 ล้านบาท



นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า SMEs ส่วนใหญ่ประสบปัญหาหลักเกิดจาก "ความสามารถของประเทศไทยถดถอย" เพราะที่ผ่านมาระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงส่งออกมากถึง 60% ของจีดีพี ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจึงกระทบต่อการส่งออกโดยตรงและส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 99 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP) ถึง 3.75 ล้านล้านบาท จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับตัวและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านผลิตภาพ (Productivity) และการคิดค้นนวัตกรรม (Innovation) ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม มีแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม คือ การวมตัวกันเป็นกลุ่มของอุตสาหกรรม หรือที่เรียกสว่า “คลัสเตอร์” (Cluster) ตามนโยบายองรัฐบาล 


นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า คลัสเตอร์เป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ ในลักษณะสร้างเครือข่าย ที่เรียกว่า “Business Networking” ในลักษณะการผนึกกำลังร่วมกัน (Synergy) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain)และนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนของประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณค่าทั้งจากนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ ส่งผลให้เกิดการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs ด้วยเหตุนี้ จึงมอบหมายให้ กสอ. เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างและพัฒนาคลัสเตอร์ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันมีคลัสเตอร์ที่พัฒนาแล้วรวม 77 คลัสเตอร์



ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ กสอ. ได้ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้เป็นหน่วยงานหนึ่งที่บริหาร โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ใน 18 กลุ่มจังหวัด” ภายใต้แผนส่งเสริมยุทธศาสตร์การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระยะเร่งด่วน โดยร่วมกันคัดเลือกคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพรวม 17 เครือข่าย เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่าย SMEs ให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ 1) คลัสเตอร์ผ้าทอพื้นเมืองอุดรธานี 2)คลัสเตอร์ผู้ผลิตและแปรรูปผลไม้ภาคตะวันออก 3 ) คลัสเตอร์ของฝากของที่ระลึก จังหวัดเลย 4 ) เครือข่ายผักผลไม้แปรรูปกลุ่มยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง 1 5) เครือข่ายธุรกิจแฟชั่น (Bangkok Fashion Cluster) 6)เครือข่ายอุตสาหกรรมชา จังหวัดเชียงราย 7) คลัสเตอร์สิ่งทอเพชรเกษม 8) เครือข่ายผลิตภัณฑ์ผ้าหม้อห้อม จังหวัดแพร่ 9)คลัสเตอร์ต่อตัวถังรถบัส จังหวัดราชบุรี 10) คลัสเตอร์นมโคและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมโค จังหวัดมหาสารคาม  11) คลัสเตอร์ข้าวหอมมะลิ จังหวัดร้อยเอ็ด   12 ) คลัสเตอร์บรรจุภัณฑ์โลหะ  13) คลัสเตอร์ข้าวและข้าวแปรรูป  

นอกจากนี้ยังมี 14คลัสเตอร์เซรามิกลำปาง จังหวัดลำปาง  15)    เครือข่ายอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง 16 ) คลัสเตอร์เครื่องหนังไทย (Thai Leather Cluster)  และ 17) เครือข่ายอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (Thai Food Cluster)  จากพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล  ทั้งนี้การดำเนินงานจะเน้นกิจกรรมพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพเชิงธุรกิจของเครือข่าย ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนส่งเสริมการตลาดเชิงรุกหรือการสร้างนวัตกรรมทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ คาดว่าภายใน 1 ปี  จะผู้ประกอบการ SMEs ได้รับการพัฒนามากกว่า 2,000  ราย  เกิดนวัตกรรมในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้มากกว่า 5 เรื่อง และเกิดการขยายตัวในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 530 ล้านบาท ลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 65 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้จัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการฯ โดยได้รับเกียรติจากนายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการจากลุ่มคลัสเตอร์สิ่งทอเพชรเกษม และคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย แถลงข่าวร่วมกันในการเปิดตัวโครงการฯ นอกจากนั้น ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs หลังเปิด AEC” โดย อ.เกษมสันต์ วีระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้าน AEC ดร.สมชาย กล่าว 

ทั้งนี้  สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาธุรกิจ สามารถติดต่อได้ที่  สำนักพัฒนาการจัดการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02 202-4575 หรือที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ








ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ITE ร่วมกับ SCG ฉลองการทำงานครบ 600,000 ชั่วโมง โดยปราศจากอุบัติเหตุ มั่นใจด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

TPOLY ผนึก SOLAR ตั้งกิจการร่วมค้า “เอส แอล ที ที” ลุยรับงาน “Tesco Thailand Roof Top Solar Project” มูลค่า 419.50 ลบ.

CHOW ยืนยันธุรกิจเหล็ก/พลังงานยังแข็งแกร่ง มั่นใจปี 59 โชว์ฟอร์มสวยยอดขายไฟโตกระโดด