TPCH คาดรายได้ปีนี้โต 150% หลัง COD โรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มอีก 2 แห่ง เป้า 3-5 ปีข้างหน้า กุมกำลังการผลิตไฟฟ้า 150-200 เมกะวัตต์

TPCH  คาดรายได้ปีนี้โต 150% จากปีก่อนทำได้ 304.90 ล้านบาท หลัง COD โรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มอีก 2 แห่ง  มหาชัย กรีน เพาเวอร์ และ ทุ่งสัง กรีน” ด้านผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” ปลื้ม!! เผยผลงานปี58 ทำได้ตามเป้าหมาย รับอานิสงส์โรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ หนุน เป้า 3-5 ปีข้างหน้า กุมกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า 150-200 เมกะวัตต์ 

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH)  เปิดเผยว่า ในปี 2559 บริษัทฯคาดว่ารายได้จะเติบโต 150% จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 304.90 ล้านบาท เนื่องจากทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สามารถจ่ายไฟได้เรียบร้อยแล้วจำนวน 2 โครงการ คือ โรงไฟฟ้าชีวมวล ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ และโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ ส่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เดินเครื่องจ่ายไฟ (COD) ได้อีก 2 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวลมหาชัย กรีน เพาเวอร์  และ โรงไฟฟ้าชีวมวลทุ่งสัง กรีน 

“ ในปี 2558 บริษัทฯมีรายได้รวม  304.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 258.25 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 46.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.50 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) ที่มีกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตเสนอขายจำนวน 9.2 เมกะวัตต์ เข้ามาเต็มปีและถือว่าเป็นโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลโครงการแรกของบริษัทที่สร้างผลประกอบการออกมาได้อย่างน่าประทับใจมาก” นายเชิดศักดิ์ กล่าว 

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) กล่าวต่อไปว่า การขายไฟในแบบระบบ Feet in Tariff  (FiT) จะช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะเวลาสั้น เพราะอัตราการทำกำไรจะเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่ากับ 45-50% ของรายได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจใหม่ของบริษัทที่จะมีกำลังการผลิต 150-200 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลจะมีระยะเวลาคืนทุนที่เร็วขึ้น หลังได้รับปัจจัยบวกจากการขายไฟในระบบ FiT ซึ่งจะทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนไปพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ซึ่งถือเป็นการลงทุนในประเภทธุรกิจหลัก (Core Business)  ดังนั้นจึงมีนโยบายที่จะติดตาม กำกับ ดูแล บริษัทย่อยที่ได้เข้าไปลงทุนทั้งในด้านการบริหาร (Management) และการดำเนินการ (Operation) อย่างชัดเจน โดยมีการแต่งตั้งกรรมการตัวแทนตามมติกรรมการของบริษัทฯ เข้าไปเป็นกรรมการในแต่ละบริษัทย่อยที่เข้าไปลงทุน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าและบริษัทย่อยจะดำเนินธุรกิจตามนโยบายเดียวกันกับบริษัทฯ 

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีระบบงานที่สามารถสนับสนุนการประสานงานและการรายงานที่เป็น daily operation ระหว่างทีมผู้บริหารในด้านการปฏิบัติการของบริษัทย่อยและบริษัทฯ เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้ว    


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ITE ร่วมกับ SCG ฉลองการทำงานครบ 600,000 ชั่วโมง โดยปราศจากอุบัติเหตุ มั่นใจด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

TPOLY ผนึก SOLAR ตั้งกิจการร่วมค้า “เอส แอล ที ที” ลุยรับงาน “Tesco Thailand Roof Top Solar Project” มูลค่า 419.50 ลบ.

CHOW ยืนยันธุรกิจเหล็ก/พลังงานยังแข็งแกร่ง มั่นใจปี 59 โชว์ฟอร์มสวยยอดขายไฟโตกระโดด