“พรีโม่ เอ็นเนอร์จี” ขายไฟโครงการแรกในญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าลุยให้ครบ 30 เมกะวัตต์ตามเป้า

 

“พรีโม่ เอ็นเนอร์จี” บริษัทสัญชาติไทย ประกาศศักดิ์ดาขายไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม นำร่องโครงการแรกในญี่ปุ่นแล้ว ขนาด 1.27 เมกะวัตต์ ในโครงการ FUKUI "อุกฤษฏ์ ตัณฑเสถียร" บอสใหญ่เผย พร้อมเดินหน้าลุยขยายให้ครบทั้ง 30 เมกะวัตต์ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้  ระบุญี่ปุ่นเป็นตลาดพลังงานทดแทนที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เหตุรัฐบาลสนับสนุนเต็มสูบ

 

นายอุกฤษฏ์ ตัณฑเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีโม่ เอ็นเนอร์จี จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ในประเทศญี่ปุ่นขนาดกำลังการผลิต 30เมกะวัตต์ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ว่า ขณะนี้โครงการที่พัฒนาในกลุ่ม FUKUI ขนาดกำลังการผลิตรวม10 เมกะวัตต์ สามารถเชื่อมต่อสายส่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) แล้วจำนวน 1.27 เมกะวัตต์ ภายใต้ชื่อโครงการ FUKUI 3 ส่วนโครงการที่เหลือ อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและทยอย COD ในลำดับต่อไป

สำหรับโครงการ FUKUI 3 มีสัญญาขายไฟให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเวลา 20 ปี ในระบบให้เงินสนับสนุนตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed in Tariff : FiT) ซึ่งบริษัทจะรับรู้รายได้ทันทีในปีนี้  โดยที่ผ่านมาการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นของพรีโม่ เอ็นเนอร์จี   ได้ว่าจ้าง บริษัท พรีเมียร์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน)  หรือ CHOW เป็นผู้พัฒนาโครงการแบบเทิร์นคีย์ ในลักษณะการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพร้อมใบอนุญาตและจัดโครงสร้างการลงทุนพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของโครงการ 

สำหรับ พรีโม่ เอ็นเนอร์จี ถือเป็นบริษัทสัญชาติไทยลำดับต้นๆ ที่ได้เข้าไปทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น โดยประเมินว่าตลาดด้านพลังงานทดแทนในญี่ปุ่นมีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนด้วยการเปิดกว้างสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งยังรับซื้อไฟในระบบ  Feed in Tariff  จึงทำให้ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และถือเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต

"พรีโม่ เอ็นเนอร์จีฯ เริ่มขายไฟฟ้าให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นแล้ว 1.27 เมกะวัตต์ และจะทยอยพัฒนาให้ครบ 30 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเราเป็นในบริษัทสัญชาติไทยอันดับ 3  ที่สามารถขายไฟให้รัฐบาลญี่ปุ่นได้เป็นผลสำเร็จแม้ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นจากประเทศไทย แต่เนื่องจากเรามีพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งในตลาดนี้จึงสามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจไว้ได้ และหลังจากนี้จะมุ่งขยายธุรกิจพลังงานประเภทโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง  เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ มีคู่สัญญาเป็นรัฐบาลญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดอายุสัมปทาน

นายอุกฤษฏ์ กล่าวต่อว่า การลงทุนในญี่ปุ่นของบริษัท จะเน้นทยอยลงทุน ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงในระดับหนึ่ง และการลงทุนดังกล่าวจะใช้วิธีการกู้เงินจากสถานบันการเงินในสัดส่วน 80%ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาด้านภัยธรรมชาติในญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ บริษัทได้ป้องกันความเสี่ยงด้วยการ ได้ทำประกันความเสี่ยงไว้ทั้งหมด


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ITE ร่วมกับ SCG ฉลองการทำงานครบ 600,000 ชั่วโมง โดยปราศจากอุบัติเหตุ มั่นใจด้วยการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

TPOLY ผนึก SOLAR ตั้งกิจการร่วมค้า “เอส แอล ที ที” ลุยรับงาน “Tesco Thailand Roof Top Solar Project” มูลค่า 419.50 ลบ.

CHOW ยืนยันธุรกิจเหล็ก/พลังงานยังแข็งแกร่ง มั่นใจปี 59 โชว์ฟอร์มสวยยอดขายไฟโตกระโดด